top of page
ร้านอวนรวมใจ.png

เรื่อง ทัศนา ย่องเพชร
ภาพ จินดา จิตตะนัง และ กาญจนา ดิษฐาภรณ์

“สหกรณ์เครื่องมือประมงร้านอวนรวมใจ”
โมเดลกิจการเพื่อชุมชนในวันที่คำตอบรับยังมาไม่ถึงฝั่ง

1 กรกฎาคม 2569

“การทำประมงพื้นบ้าน มีต้นทุนเป็นเครื่องมือประมงและอุปกรณ์การทำการประมงสูงเป็นต้นทุนรายจ่ายที่สำคัญ ของชาวประมงพื้นบ้าน โดยพบว่า การลงทุนในสัดส่วนสูงกว่าการทำประมงพาณิชย์ หากเทียบกับผลผลิตที่ได้ อีกทั้งพบว่า ปัจจุบันการผลิตเนื้ออวนสำหรับนำมาประกอบเครื่องมือประมงพื้นบ้าน มีคุณภาพที่ต่ำ เสียหายง่าย”
 
       นี่คือหนึ่งในสาระสำคัญประกอบ “ข้อเสนอการแก้ไขปัญหาชุมชนประมงพื้นบ้าน แนวทางการบริหารจัดการและปรับปรุงนโยบายการประมง” ในสมัชชาประมงพื้นบ้าน
แห่งประเทศไทยครั้งที่ 11 เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งในประเด็นนี้มีข้อเสนอ
เรื่องเครื่องมืออวนประมงพื้นบ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาต้นทุนการผลิตจากประมงพื้นบ้าน
และการประมงยั่งยืน ที่มีความคงทนมีคุณภาพ และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม มีดังนี้

 

1) สนับสนุนการจัดตั้งสหกรณ์การทำประมงชุมชน ที่จำหน่ายเครื่องมืออุปกรณ์การทำประมงที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ในราคาถูกและเป็นธรรม

2) ควบคุมคุณภาพของเครื่องมือประมง โดยเฉพาะ “เนื้ออวน” ให้มีมาตรฐานคุณภาพที่ดี แข็งแรง คงทน มีอายุการใช้งานยาวนาน เหมือนแต่ก่อน เพื่อเป็นการลดปัญหาต้นทุน

การทำประมงที่สูงขึ้น และลดปริมาณขยะทะเลจากเศษอวนหรือซากเครื่องมือประมง

       น่าสนใจไม่น้อย หากข้อเสนอได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น

เพราะข้อเสนอดังกล่าวจะให้ความหมายของคำว่า “ของดีมีคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้” กลายเป็นรูปธรรม กล่าวคือประมงพื้นบ้านซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเรือขนาดไม่ได้ใหญ่การจะทำประมงจึงไม่ใช่เรื่องของปริมาณ หากแต่มันคือ เรื่องของคุณภาพ สัตว์น้ำแต่ละชนิดที่จับขึ้นเรือต้องโตเต็มวัยและต้องเป็นสัตว์น้ำที่กินได้ เพราะเครื่องมือการทำประมง

ของพวกเขาไม่มีกำลังพอที่จะตอบสนองความต้องการเรื่อง “ปริมาณ” ทั้งนี้รวมถึง

ขึ้นมายังฝั่ง สัตว์น้ำบางชนิด (เช่นปูม้า กั้ง) ก็แกะยาก จนหลายต่อหลายครั้ง กำไรในวันนั้นก็ต้องแลกมากับการซื้ออวนใหม่ในวันถัดไป

       ดังนั้น หากมีการสนับสนุนการจัดตั้งสหกรณ์เครื่องมือประมงในชุมชนและควบคุมคุณภาพของเครื่องมือประมง ให้ชาวประมงพื้นบ้านได้ซื้อเครื่องมือประมงในราคาถูก

ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และรวมไปถึงเป็นเครื่องมือที่มีคุณภาพ ทั้งชาวประมงพื้นบ้าน

และผู้บริโภคก็คงจะได้สัมผัส “ของดีมีคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้” ทั้งในรูปแบบของเครื่องมือการทำประมงและอาหารทะเล

      อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีการสนับสนุนอย่างจริงจังตามข้อเสนอ แต่ในพื้นที่

อ่าวท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราชในนามของกลุ่มอนุรักษ์สามหมู่บ้าน บ้านหน้าทัพ บ้านสระบัว และบ้านในถุ้ง ก็เริ่มทดลองทำข้อเสนอให้กลายเป็นรูปธรรม ผ่านการก่อตั้งสหกรณ์เครื่องมือประมง ในชื่อร้านอวนรวมใจ ที่ซึ่งเป็นการเริ่มต้นธุรกิจการขาย บริการอุปกรณ์การทำประมงพื้นบ้าน โดยริเริ่มจาก 3 หมู่บ้าน นั่นคือ บ้านหน้าทัพ บ้านสระบัว และบ้านในถุ้ง จากการสนับสนุนของสมาคมรักษ์ทะเลไทย, Ecca Family Foundation, สสส. และ Change Fusion​ และเริ่มเปิดให้บริการ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ที่ผ่านมา ซึ่งที่ตั้งร้านอยู่บริเวณ ณ สมาคมประมงพื้นบ้านในถุ้ง อ.ท่าศาลาจ.นครศรีธรรมราช โดยปรับปรุงห้องเก็บของเป็นร้านและที่จัดเก็บสินค้า

574561363_122095453539111414_7337171800990304395_n.jpg

       บังกิบหลี (นายสมชาย โต๊ะอิแต) ชายที่หิ้วสะพายกระเป๋าคาดอก ใส่เครื่องคิดเลข

จนเป็นภาพที่ชินตา ซึ่งก็เป็นคนเดียวกันกับประธานสหกรณ์เครื่องมือประมง

ร้านอวนรวมใจ เขาเล่าว่า “สหกรณ์เครื่องมือประมง เริ่มต้นด้วยเงินทุนประมาณ 140,000 บาท” ซึ่งเป็นจำนวนที่น่าสนใจว่า มันไม่ได้เป็นเงินทุนที่สูงเลย หากจะก่อตั้งธุรกิจและหวังสิ่งตอบแทนเป็นผลกำไร แต่กลับกันสหกรณ์เครื่องมือประมง ร้านอวนรวมใจ ไม่ใช่ธุรกิจสำหรับหวังผลกำไร เพราะบังกิบหลีเล่าเสริมว่า

 

      “เราเพียงแค่ต้องการให้ชาวประมงได้ซื้อของที่ถูกลง เช่น อวนปูราคาทั่วไป

ขายกันที่ราคา 220 บาท แต่ที่ร้านขายในราคา 210 บาท”

6e7cb7df-3149-4031-a618-7277d37dcb28.jpg

        หากยังไม่เห็นภาพว่าถูกลงแค่ 10 บาทดีกว่ายังไง บังกิบหลีก็อธิบายด้วยการ

ยกตัวอย่างที่ว่า “สมมุตินะ ชาวประมงที่ซื้ออวนปู ซื้อ 10 หัว เขาก็จะประหยัดได้แล้ว

100 บาท แล้ว 100 บาทนี้ก็สามารถเอาให้ลูกได้ไปโรงเรียน” ซึ่งนี่ยังไม่นับรวมค่าเดินทางที่ต้องไปซื้อเครื่องมือประมงในตัวเมืองที่ไกลออกไป แต่คำถามต่อไปถามว่าขายดีไหม

คำตอบที่ได้คือ “พออยู่ได้ เพราะชาวประมงในกลุ่มช่วยกันอุดหนุน” ซึ่งก็น่าสนใจไม่น้อยเลย เพราะกำไรของร้านส่วนหนึ่งถูกนำกลับมาใช้ในการทำงานอนุรักษ์ทะเล

ของทั้ง 3 หมู่บ้าน ซึ่งอย่างน้อยคำว่า “ของดีมีคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้”

ก็เป็นรูปธรรมเพิ่มขึ้น ในแง่หนึ่งก็การรับผิดชอบต่อทะเล เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผู้คนด้วยความมั่นคงทางอาหาร

10bfb086-69dc-46df-9652-03253489357f.jpg
5ea0f2f3-70b0-4a0a-aab0-36d2f78dd3f9.jpg

      ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี บังกิบหลีทำงานในฐานะประธานกลุ่มสหกรณ์

เครื่องมือประมง ร้านอวนรวมใจ ด้วยความฝันและรอยยิ้มที่ว่า “ในอนาคต อยากจะมีสินค้าที่หลากหลายให้ชาวบ้านได้มีตัวเลือก” และแน่นอนการจะช่วยทำให้ภาพอนาคต

ดังกล่าวเป็นจริงจะต้องมีการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องหรือแม้แต่การผลักดันให้ออกมาเป็นเชิงนโยบายจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม

      ขณะเดียวกันความท้าทายของชาวประมงพื้นบ้านนี้จะเป็นเพียงข้อเสนอที่ไปไม่ถึงหรือจะเป็นข้อสนองที่มีการสนับสนุนอย่างเต็มที่ก็ขอให้มันมาทันก่อนที่อวนหัวใหม่จะชำรุด...

Writer

158cf2c3-a56a-444c-814e-0cca5de689db.jpg

ทัศนา ย่องเพชร 

คนทำงานกับชาวประมงพื้นบ้านที่เมาเรือ

ABOUT US >

เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน ที่พัฒนาเติบโตมาจากโครงการพัฒนาชุมชนประมงขนาดเล็ก บ้านปากบางนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เมื่อปี ๒๕๒๔ ซึ่งถือเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน พัฒนาชนบทองค์กรแรกของภาคใต้ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างโครงการปฏิรูปการเกษตรและพัฒนาชนบท (WCARRD) ร่วมกับโครงการจัดตั้งภาควิชา

วาริชศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และได้ยื่นจดทะเบียนเป็น “สมาคมรักษ์ทะเลไทย” เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๐ 

ติดต่อ :

57/219-220 หมู่บ้านเคหสถานครูไทย เทศบาลนครสงขลา 90100

 

โทรศัพท์: 089 466 6063

อีเมลล์ :raktalaethai@yahoo.co.th

thaisea.2550@gmail.com

Subscribe to Our Newsletter

Thanks for submitting!

bottom of page